กลับหน้าสนทนาธรรม
บนเส้นทางของความคิด
ทางสายนี้ไม่รู้ตั้งต้นที่ตรงไหน คดเคี้ยว
วกวน และยาวไกลอย่างยิ่งไม่สามารถจะกำหนดได้ว่า ทำลายชีวิตสัตว์อย่างสุดคณานับ
ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ และตนเองก็ถูกทำลาย ทำร้ายเช่นเดียวกันด้วย
ผู้เดินทางสายนี้ยังไม่เคยปรากฏเลยว่า ผู้ใดไม่ทุกข์
ไม่ทรมาน ไม่เดือดร้อน ทั้งกลางวัน กลางคืน และดูเหมือนส่วนมากจะยินดีชื่นชมกับความสุขที่เกิดขึ้นบางครั้งบางคราว
เหมือนกินน้ำผึ้งที่หุ้มยาพิษเพียงแต่ได้ลิ้มรสหวานนิดเดียว
แต่ต้องแลกกับความทุกข์ทรมานที่จะตามมา ดูช่างไม่คุ้มกันเลย
ชีวิต คือการเดินทางอันสำคัญที่สุดที่มนุษย์เราควรจะต้องเดินทางให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดที่จะต้องไปให้ถึง
ไม่ใช่เกิดมาเพื่อจะกินแล้วก็นอนเท่านั้น ถ้าหวังเพียงแค่นี้ก็เสียโอกาสที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์
สิ่งที่จะได้พบจะได้เห็นที่ดีกว่าที่กำลังเป็นอยู่ยังมีอีกมากมาย
ความคิด เป็นเหตุแห่งความทุกข์ ถ้าคิดผิดก็จะต้องเป็นทุกข์แน่
ถ้าคิดถูกก็เป็นสุข ไม่ว่าจะคิดในเรื่องใดทั้งสิ้น
คนเราจะคิดให้ถูกได้จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีและวิธีที่ดีที่สุดนั้น
พระพุทธองค์ได้ทรงสอนไว้มากมาย พึงเลือกนำมาปฏิบัติให้เหมาะสมเช่น
ทรงสอนเรื่องไตรลักษณ์ คือความไม่เที่ยง ทนอยู่ไม่ได้
และไม่เป็นไปตามความต้องการของผู้ใดทั้งสิ้น เมื่อพบสิ่งที่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์
ก็ให้นึกถึงไตรลักษณ์ที่ทรงสอนไว้ พิจารณาไตร่ตรองให้ดี
เปรียบเทียบกับสิ่งที่กำลังพบกำลังต้องเป็นทุกข์นั้น
ตนกำลังเป็นทุกข์เพราะอะไร มีอะไรบ้างพ้นจากความเป็นอนิจจัง
ทุกข์ขัง อนัตตาได้ ถามตัวเองอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก
ก็จะได้คำปลอบโยนแก้ไขให้พ้นทุกข์ทางใจได้แน่นอน
ความรักเป็นเหตุแห่งความทุกข์ ผู้มีรักนั้นมีทุกข์ ส่วนเมตตาเป็นเหตุแห่งความสุข
ความเย็น เมตตาจึงมีค่ามีความหมายยิ่งกว่าความรักมากมาย
อาศัยความรักเป็นทางเดิน เป็นบันไดให้ไปถึงความ เมตตา
เพื่อวันหนึ่งจะได้ไปสู่ที่สูงขึ้น ได้พบกับความดีความสุขยิ่งขึ้น
ความเมตตาจะค่อยทวีขึ้นในใจ ควบคู่ไปกับความรักความชอบใจให้ความเมตตาแก่ผู้ที่รักก่อน
แล้วค่อยๆแผ่ไปให้กับผู้ที่ไม่ค่อยรักไม่ค่อยชอบ จนเกิดเป็นอัตโนมัติ
ถึงแม้จะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าไม่คิดจะทำแล้วสรุปว่า
ทำไม่ได้ นั้นไม่ได้ต้องฝืนใจทำไปก่อน แล้วจะชินไปเอง
คำว่า เมตตา คือความปรารถนาให้เป็นสุข
ให้ผู้อื่นและตัวเองเป็นสุขด้วยถ้าเข้าใจผิดๆก็ปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุขจนตัวเองเป็นทุกข์
จึงต้องเมตตาให้ตัวเองเป็นสุขก่อน แล้วจึงแผ่เมตตาเพื่อช่วยให้คนอื่นเป็นสุขต่อไป
ความจริงแล้ว พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้น เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งเป็นสิ่งที่คนจะอยู่อย่างเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
จะขาดไม่ได้ ถ้าอยู่แบบเอาตัวรอดเฉยๆไปวันหนึ่งๆ อย่างนี้ไม่ต้อง
อาศัยธรรมะก็ได้ แต่เราต้องถามตัวเองว่า ถ้าอยู่อย่างนั้นแล้วเราแตกต่างจากสัตว์เดรัจฉานอย่างไรบ้าง
พระพุทธศาสนาชี้ทางดี ทางสว่างไว้อย่างละเอียดละออหมดแล้ว
ดีน้อยดีมาก สว่างน้อย สว่างมาก พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้
เราอย่าปิดตา จงลืมตาดูแสงประทีปที่ส่องอยู่ แล้วดำเนินไปตามทางที่สว่างนั้น
ทุกคนมีหนทางชีวิตที่สว่างด้วยกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นก็อบรมตนให้รู้จักทางให้ดีทั้งทางตรงและทางแยก
พิจารณาใคร่ครวญดูให้ดีว่า ตอนไหนต้องใช้ทางตรงหรือตอนไหนต้องใช้ทางแยกจากทางเดิม
ไปทางแสงแห่งดวงประทีปนั้น เป็นเส้นทางสายตรง เป็นเส้นทางที่สู่สุขคติภูมิที่มนุษย์ทุกท่าน
ได้จากโลกมนุษย์นี้ไปแล้วที่พึงปรารถนาทุกท่าน