กลับหน้าสนทนาธรรม

จุดยืนของชีวิต

การดำรงชีวิตอยู่ของคนเรา ซึ่ง จะต้องแหวกว่ายเวียนวน อยู่ในโลกนี้ มีเหตุการณ์มากมายหลายอย่างทั้งเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของแต่ละคน มีทั้งเป็นคุณและ เป็นโทษ บางอย่างก็ทำให้เรามืดมน เหมือนคนตาบอด ทำให้การดำเนินชีวิตอย่างผิดๆพลาดๆ เปรียบเหมือนความมืดที่ปกคลุมโลกยามกลางคืน บางอย่างก็ลองใจเราทำให้ ลังเลสงสัย ไม่เป็นตัวของตัวเอง คือ “ไม่มีจุดยืนของชีวิต” ทำให้เป็นคนโลเลจับจด บางอย่างก็เป็นสิ่งยั่วยุให้จิตใจของเราเขวไปในสิ่งที่ชั่ว และไร้สาระและสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ตัวเราเองขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ทำใจให้หย่อนสมรรถภาพในการทำงาน หรือการบริหารงานนั้นๆ

ฉะนั้น คนเราจะดำรงชีวิตหรือดำเนินชีวิตของเราให้มีความก้าวหน้า และเจริญ มั่นคงได้นั้น ต้องตั้งต้น “จุดยืนของชีวิต” ไว้ในใจสำหรับเป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางการดำเนินชีวิตให้แน่วแน่
คำว่า “จุดยืน” มีคำนิยามหรือคำจำกัดความไว้หลายอย่าง เช่น

  1. เป้าหมาย
  2. จุดประสงค์ หรือจุดมุ่งหมาย
  3. วัตถุประสงค์
  4. แผนการ
  5. โครงการ
  6. แนวทาง
คำว่า “เป้าหมาย” หมายถึงสิ่งที่เรามีความต้องการจะให้เป็นอย่างนั้น ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างนั้นเสมอไป คือ อาจจะได้รับตามเป้าหมายเดิมหรือใกล้เคียง กับเป้าหมายที่วางไว้และเป้าหมายนั้นๆ จะต้องมีผลออกมาในเชิงปริมาณ คือเป็นรูปธรรม สามารถนำมาคิดคำนวณหรือคิดหาเปอร์เซ็นต์ได้ พูดง่ายๆก็คือ เป้าหมายนั้นจะต้องวัดได้ ที่เรียกตามเชิงวิชาการ แต่เป้าหมายชีวิตอาจจะต้องผิดกันกับหลักวิชาการอยู่บ้าง คือผลลัพธ์ อาจจะคิดคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ หรือวัดไม่ได้ในบางกรณี โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม อย่างไรก็ตาม มนุษย์ทุกคนมักจะมีเป้าหมายของชีวิตเป็นของตัวเอง เช่น หนุ่มสาวจะต้องมีเป้าหมายของชีวิตไว้ร่วมกันว่า เมื่อแต่งงานแล้ว จะต้องร่วมกันสร้างฐานะ ของตนให้มีความมั่นคงเป็นต้น ใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ตลอดไป

คำว่า “จุดประสงค์” หรือความมุ่งหมาย หมายความถึง สิ่งที่เราต้องการนั้น “คืออะไร” ทำสิ่งนั้นไปเพื่ออะไร การทำงานไม่ว่า จะเป็นอาชีพประเภทใด จะต้องมีจุดประสงค์ในการทำงานนั้น เช่น นักเรียน นักศึกษา เรียนหนังสือก็เพื่อทำให้ตนเองมีความรู้ เรียนให้จบ มีความตั้งใจว่าจบแล้วก็ได้รับประกาศนียบัตร หรือได้รับปริญญาเพื่อจะนำเอาความรู้ที่เล่าเรียนมาแล้วนั้น ไปประกอบอาชีพในสาขาต่างๆ เพื่อให้อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ตามกำลังความสามารถและสมควรแก่อัตภาพเป็นต้น คำว่า “วัตถุประสงค์” หมายความว่าถึงที่เราต้องการที่ตั้งใจไว้ ซึ่งมีความหมาย คล้ายคลึงกันกับจุดประสงค์หรือจุดมุ่งหมายนั้นเอง

คำว่า “แผนการ” หมายถึงระบบขั้นตอน กล่าวคือแผนการชีวิตที่ต้องมีการวางแผนไว้อย่างมีระบบเพื่อเป็นบรรทัดฐาน ในการดำเนินชีวิตให้เป็นไปอย่างราบรื่น ถ้าทำแล้วไม่ได้รับผลสำเร็จ สามารถปรับ “แผนการ” ได้คือมีความยืดหยุ่นหรือ ผ่อนสั้น ผ่อนยาวเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และกาลเวลาด้วย

คำว่า “โครงการ” หมายถึงโครงสร้างของการงานต่างๆที่จะนำมา ดำเนินโครงการของชีวิตหรือปฏิทินชีวิตนั้นเอง กล่าวคือการดำเนินชีวิต ที่วางแนวทางอย่างมีระบบ เช่น วันหนึ่งๆ จะทำอะไรบ้าง ขยายออกไปเป็นเดือนเป็นปี เมื่อครบเดือนหรือ หนึ่งปีแล้ว จะต้องประเมินผลว่า การดำเนินชีวิตของเรานั้น ได้สำเร็จผล ไปแล้วตามเป้าหมายหรือไม่ ถ้าไม่ได้ผลสำเร็จตามโครงการที่วางไว้ ก็สามารถปรับปรุง แก้ไขให้มีความเหมาะสม กับฐานะและความเป็นอยู่ เพื่อให้การดำเนินชีวิตเป็นไป ในลักษณะเสมอต้นเสมอปลาย

คำว่า “แนวทาง” หมายถึงปทัฏฐาน หรือข้อปฏิบัติ ที่มีผู้บัญญัติตั้งไว้ แล้วนำเอาปทัฏฐาน หรือข้อปฏิบัตินั้นๆ มาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับ สังคมส่วนรวม แนวทางของ ชีวิต จะต้องมีสิ่งที่สามารถนำมาเป็นหลัก เพื่อยึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เป็นในการดำเนินตามหลักการแล้วก็ต้องมีธรรมะ มาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว เช่น มีศีล 5 หรือหลักธรรมต่างๆ ของพระพุทธศาสนาตลอดถึง กฎระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย ซึ่งถือว่า เป็นหลักที่เราจะนำมาประกอบ เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของเรา ให้เกิดความเจริญ ก้าวหน้า และมีความมั่นคงถาวรสืบต่อไป

จากคำนิยามหรือความหมายของคำว่า “จุดยืน” ที่กล่าวไว้ ข้างต้นนั้นจะเห็นว่า การดำเนินชีวิตของมนุษย์ จะต้องอยู่ในขอบข่ายหรือขอบเขต ของคำว่าจุดยืนนี้ทั้งสิ้น แต่จะตรงจุดไหนนั้นแต่ละคนมีสิทธิจะเลือก ตั้งจุดยืนของตนเอง จริงอยู่บางอย่างอาจจะขึ้นอยู่กับคนอื่น กล่าวคือคนอื่นเป็นผู้กำหนด เป็นผู้ตั้งเป็นผู้ให้ เช่นการเป็นลูกจ้าง การรับราชการ เป็นต้น จะต้องมีความเกี่ยวข้อง กับคนอื่น คือ ผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าตน เป็นผู้กำหนดตำแหน่งเป็นผู้แต่งตั้งให้ เป็นผู้อนุญาติให้ทำหรือ ปฏิบัติ จะทำโดยพลการไม่ได้ แต่การดำเนินชีวิตของเราเองในด้านส่วนตัวแล้ว ตัวของเราเองเท่านั้นจะเป็นผู้กำหนด ให้กับ การดำเนินชีวิตของเรานั้น จะเป็นเสมือนเข็มทิศที่นำทางชีวิต ไปสู่จุดมุ่งหมาย หรือเป้าหมายของชีวิตได้ เรียกว่ากรรมลิขิต คือตัวของเราทำเอง คนอื่นจะกำหนดให้เราไม่ได้ คนอื่นจะเป็นแต่ เพียงผู้แนะนำหรือชี้แนะให้เท่านั้น

หลักธรรมในทางพระพุทธศาสนาก็เป็นข้อปฏิบัติเป็นแนวทางซึ่งมนุษย์ทุกคน มีสิทธิที่ จะนำมาเป็นจุดยืนของตนได้โดย เท่าเทียมกัน ไม่เลือกชั้นวรรณะ มีสิทธิเสรีภาพในการเลือก เอาหลักธรรมมากมาย ซึ่งทุกคนเลือกสรร นำมาเป็นจุดยืนของ ชีวิตได้ในการเลือกหลักธรรมนำมาใช้นั้น บางคนอาจจะนำเอา มาเพียงบางส่วนเท่านั้น และถือว่าเป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นคติเตือนใจ เรื่องนี้ ให้ท่านทั้งหลายสร้างจุดยืนของชีวิตตัวเองและ ครอบครัว ให้มีความเป็นอยู่เท่าเทียมผู้อื่น มีความสงบสุขในบั้นปลายของชีวิต และครอบครัวของท่าน


 
 

designed by www.weganet.com