กลับหน้าสนทนาธรรม
ทำอย่างไรให้ชีวิตทุกข์น้อยที่สุด
ชีวิตมนุษย์คนเรานั้น มักจะมีทั้งสุขและทุกข์เป็นของควบคู่กันไป
รักมากที่สุดก็เกลียดมากที่สุดเช่นเดียวกัน ความสุขและความทุกข์นั้นมีอยู่
และการที่จะให้คนมีทุกข์น้อยที่สุดและมีความสุขมากที่สุดนั้น
จะต้องทำอย่างไร?เราก็จะเริ่มต้นจากทุกคนก่อน ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติและภาษาใด
จะยากจนหรือรวยล้นฟ้าสักเพียงใดก็ตาม ล้วนแล้วจะต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด
คือรอดจากการมีโรคภัยเบียดเบียน หรือจากทุกข์โทษภัยที่จะเข้ามาหาตัวเรา
เพื่อรักษาชีวิตของตนเอง และทรัพย์สินให้คงอยู่ หรือเพิ่มขึ้น
และในขณะเดียวกัน ในการดิ้นรนนั้นก็มีความรู้สึกอย่างหนึ่งซ่อนอยู่ด้วยเสมอ
ความรู้สึกนั้นก็คือ ความอยาก ที่ซึ่งมนุษย์ต้องการไม่มีวันสิ้นสุด
ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่ คำว่า ไม่พอ คำว่า อยาก
อยากได้รถเก๋งคันใหม่คันเก่าเริ่มไม่ดีเสียแล้ว อยากได้ทรัพย์สมบัติเพิ่มขึ้น
อยากมีอำนาจในการปกครอง ที่ประกอบด้วยยศถาบรรดาศักดิ์
มีผลประโยชน์ อยากมีอารมณ์ดี มีความงามเหนือคนอื่นๆ
มีเสียงทีไพเราะ อยากกินอาหารที่มีรสดี เมื่อเกิดความรู้สึกอยากได้สิ่งเหล่านี้แล้ว
จิตที่เป็นอกุศลจิตที่เกิด คือ โลภะ ติดตามด้วย โทสะ
ถ้าไม่ได้อย่างที่คิดก็เกิดโทสะ คิดหาหนทางที่จะได้สิ่งนั้นมากขึ้น
คือ ความหลง คือ ตัวโมหะ จิตกระวนกระวายอยากได้สิ่งนั้นๆ
ก็ดิ้นรน กระวนกระวายเพื่อหาหนทางที่จะได้สิ่งนั้นๆมาครอบครอง
มนุษย์จึงดิ้นรนแสวงหาทำลายร้างกันเองอยู่เสมอ เพราะไม่มีหลักธรรม
คำสอนของพระพุทธศาสนาอยู่ในหัวใจนั่นเอง มีตัวโมหะอยู่ประจำใจหลงว่าตัวเองเป็นผู้มีอำนาจ
หลงว่าตนเองมีความรู้เหนือคนอื่นๆ หลงในสมบัติทรัพย์สินว่าตนเองมีความรู้เหนือคนอื่นๆ
หลงในสมบัติทรัพย์สินว่าตนเองเป็นมหาเศรษฐี อย่างนี้เป็นต้น
การรู้จักทุกข์และการเข้าใจในการเกิดขึ้นของทุกข์นั้น
สาเหตุเกิดจากอะไร ผู้มีปัญญา ย่อมหาทางแก้ไข ซึ่งเกิดจาก
การเรียนรู้ทุกข์อริยสัจเป็นเบื้องต้น หมายถึงการเรียนรู้และเข้า
ใจถึงสภาพของชีวิตที่เคลื่อนไหวไปด้วยกายและ จิตที่สั่งเคลื่อนไปในความดีและความชั่วด้วยเหตุที่เกิดจาก
กุศล และ อกุศล อยู่ภายในจิตใจ เมื่อเพิ่มพูลมากขึ้นจึงออกมาทางวาจา
และกาย ทำทุจริตบ้าง สุจริตบ้าง เกิดสลับกันไปอยู่เสมอ
ความดีความชั่วจึงเกิดขึ้นได้ในจิตของบุคคลทุกระดับ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทุกคนจึงจัดว่ามีทั้งความดี และความชั่วด้วยกันทั้งนั้น
สรุปแล้วก็คือ คนดี หมายถึงผู้ที่ได้ฝึกฝนในการทำความดีมามากจึงสร้าง
ความดีได้ง่าย เพราะเกรงความชั่วจะเกิดขึ้น คนชั่ว หมายถึง
ผู้ที่ไม่เคยฝึกฝนในการสร้างคุณงามความดี สร้างแต่ความชั่วได้ง่ายกว่า
การสร้างความดี ด้วยเหตุนี้ คนชั่วที่กลับประพฤติดีก็สามารถทำความดีได้
หรือคนดีๆก็ทำความชั่วได้เหมือนกัน ดังนั้น คนดีที่ออกจากวัดจึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนดีเสมอไป
หรือ คนที่ออกมาจากร้านเหล้าก็ไม่ใช่จะเป็นคนเลวเสมอไปเช่นกัน
คนชั่วและคนดีจึงเหมือนกัน และต่างกันได้ ตามความเห็นของเหตุปัจจัยให้ทำความดีหรือความไม่ดี
ตามเหตุผล ดังกล่าว
ความทุกข์ในสภาพตามความเป็นจริงแล้ว ก็คือ ทุกข์สังขาร
หมายถึงความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความคับแค้นใจ ความเศร้าโศกร่ำไห้รำพัน
และความทุกข์เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะความยึดมั่นถือมั่นชีวิตเป็นของเรา
ทรัพย์สินต่างๆและบุคคลต่างๆเป็นของเรา ความทุกข์จะเกิดขึ้นเมื่อสิ่งเหล่านั้นต้องเปลี่ยนแปลง
หรือไม่เป็นไปตามความต้องการของเรา
ความทุกข์ที่เราได้รับเกิดจากเหตุ 2 ประการคือ
ทุกข์ทางกาย เกิดจากวิบาก คือ ผลของกรรม ที่ได้กระทำไว้
เช่นฆ่าสัตว์ ทารุณสัตว์ หรือกักขัง สัตว์เป็นต้น
ทุกข์ทางใจ เกิดจากกิเลส คือ ความอยาก ความพอใจ หรือไม่พอใจในสิ่งที่ได้รับ
การรู้จักทุกข์ และกระบวนการเกิดจากทุกข์เป็นการรู้จักกระบวนชีวิต
ความศรัทธาในการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าย่อมเกิดขึ้น
ศรัทธาในกรรมและผลของกรรม รู้จักสาเหตุ ที่ทำให้กรรมทั้งกุศลและอกุศลเป็นเหตุให้เกิดวิบาก
คือความมีชีวิตบังเกิดขึ้น ซึ่งประกอบด้วย กาย และ ใจ
และความทุกข์ทางกาย และทางใจก็เกิดติดตามมาเป็นผลของการ
มีชีวิต
เมื่อมี ชีวิต ก็ต้องมีทุกข์ติดตามมา เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
จะทำได้ก็เพียงว่า ในขณะที่มีชีวิตอยู่นั้น จะทำอย่างไรให้ชีวิตเราทุกข์น้อยที่สุด
มีอยู่หนทางเดียวเท่านั้น มาศึกษาและปฏิบัติธรรมกันเถิด
ทุกคนต้องการความสุข ต้องการพ้นทุกข์ แต่ไม่ปฏิบัติเพื่อความเป็นสุข
เพื่อความสิ้นทุกข์แล้ว ผล จะเกิดได้อย่างไร
เราเป็นพุทธศาสนิกชน นับถือพระพุทธเจ้า อย่าให้สักแต่ว่า
นับถือเพียงปาก ต้องนับถือให้ถึงใจการนับถือให้ถึงใจนั้น
หมายความว่า ทรงสอนให้ปฏิบัติอย่างไร สอนต้องตั้งใจทำตามให้เต็มสติกำลัง
และปัญญาของตนเอง หรือตามความสามารถของเรา พระองค์ไม่ทรงสอนเพื่อขอร้องวิงวอนให้ทรงบันดาลให้เกิดความสุข
ความเจริญถ้าปฏิบัติตาม แต่ถ้าไม่ปฏิบัติตาม ก็จะไม่ได้รับผลอันควรได้รับเลย
ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น พุทธศาสนิกชนต้องตั้งมั่นในคำสอนของพระองค์
การสวดมนต์ทำให้จิตสงบบังเกิดความปลื้มปิติ ในการปฏิบัติธรรม
พระองค์ทรงบากบั่น ทรงสั่งสอนพุทธบริษัททั้ง 4 เพื่อให้จิตหลุดพ้นจากกองทุกข์
อันมนุษย์ทั้งหลายไม่พึงปรารถนาความทุกข์ ทุกคนปรารถนาความสุขในบั้นปลายชีวิต
ทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ทุกข์เป็นเหตุ ส่วนความสุขเกิดจากผลของการกระทำ
กรรมดีหรือกรรมชั่ว อันคนเราทั้งหลาย ทุกชาติทุกภาษาไม่พึงปรารถนาความทุกข์
ส่วนความสุขทุกคนอยากได้กันทั้งนั้น ใครที่ไหนที่ไม่ต้องการไม่มีเลย
จึงหาหนทางหลีกเลี่ยงกับความทุกข์ โดยปฏิบัติธรรม อันจะนำสุข
มาให้ในบั้นปลายของชีวิต ทุกคนก็จะมีอายุไม่เกิน 100ปี
เหมือนกันหมดทุกคน ตายช้าหรือเร็วเท่านั้น ความดีและความชั่วย่อมปรากฎผลเมื่อตายแล้วเอาอะไรไปไม่ได้เหมือนกันหมดทุกคน