กลับหน้าสนทนาธรรม
ป่านั้นสำคัญไฉน
ธรรมชาติได้สร้างสรรป่า ให้เป็นที่ร่มรื่นเย็นสบายแก่มวลมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
บางเวลาดูสงบเงียบ วิเวกวังเวง ป่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
โดยมิต้องอาศัยสิ่งตกแต่งแต่ประการใด ภูเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้หลากหลาย
มากมายชนิด ปกคลุมโขดเขาเขียวชะอุ่มสุดสายตา สร้างความร่มเย็นเป็นสุขแก่มวลมนุษย์
และสัตว์น้อยใหญ่ ตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้นับเป็นพันๆปี
นับย้อนหลังไปในสมัยพุทธกาล องค์สมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้าทรงประสูติในป่า
ต่อมาพระองค์ตรัสรู้ในป่าเช่นเดียวกัน และพระองค์ทรงแสดงปฐมเทศนาแก่ปัญจวัคคีย์
ในที่สุดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เสด็จปรินิพพานในป่าเช่นเดียวกัน
เมื่อครั้งประกาศพุทธศาสนา พระองค์ได้ทรงสรรเสริญคุณของป่า
และภูเขา ทรงชี้แนะพุทธสาวกให้เจริญรอยตาม โดยออกไปบำเพ็ญเพียร
แสวงหาโมกษธรรม ตามป่าเขา เงื่อมผา ถ้ำโขดหิน พระองค์ทรงเป็นแบบฉบับของพระป่า
ทรงเป็นองค์ปฐมบรมครูแห่งป่า
ดังได้ทราบแล้วว่า ป่าเป็นที่ประสูติ
ที่ออกผนวช และที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ป่าเป็นที่แสดงปฐมเทศนา
ทำให้เกิดพระธรรมในป่า เป็นที่ให้กำเนิดพระสงฆ์สาวก
พระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นในป่า
เนื่องด้วยพระรัตนตรัย เกิดจากป่า บรรดาพุทธสาวกทั้งหลายจึงระลึกถึงคุณของป่าเขาลำเนาไพร
ว่าเป็นดินแดนแห่งความสงบ ความเงียบสงัด เหมาะกับการ
แสวงหาธรรมะ และการลดละกิเลสให้หมดสิ้นไป
ป่าอีกเหมือนกันที่บรูพาจารย์ทั้งหลาย
ท่านได้ธุดงค์ บุกบั่น ฟันฝ่าแสวงหาโมกษธรรม เจริญรอยตามบทบาทของพระบรมครู
เช่น หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงปู่ดุลย์ .. รวมทั้งบรรดาคณาจารย์
และ สานุศิษย์มากมาย แต่ละองค์ แต่ละท่านล้วนบุกป่า
เจริญรอยตาม สืบเนื่องต่อกันมาจน ถึงปัจจุบัน เป็นเวลาถึง
2503 ปีเศษ
การบำเพ็ญภาวนา เจริญสมาธิ ทำจิตให้แน่วแน่
ขุดรากถอนโคนกิเลสให้หมดสิ้นได้นั้นต้องอาศัยความเงียบสงบของป่า
อันเป็นบ่อเกิดแห่งสมาธิ และปัญญา บุคคลที่คิดว่าป่าไม่สำคัญนั้น
ถ้าท่านได้เข้ามาเป็นนักปฏิบัติธรรมแล้ว จะอดซาบซึ้งกับป่าอันเป็นสถานที่บำเพ็ญภาวนาเสียมิได้
จะกระจ่างแจ้งต่อคำว่า ป่านั้นสำคัญไฉน เพราะเป็นสัญญาลักษณ์ของพระธุดงค์นักบำเพ็ญภาวนา
เมื่อท่านได้เสพสุขความสงบ จนปัญญาบังเกิดแล้ว
ย่อมพบสัจธรรมโดยสมควรบังเกิดเป็นธรรมะแห่งป่าเขา ที่จะนำชีวิตท่านสู่แสงสว่าง
แห่งอิสระสุข ดังที่กล่าวไว้เบื้องต้นว่า ป่านั้นสำคัญไฉน